องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ได้รับอนุมัติสถานภาพองค์กรผู้สังเกตการณ์จากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อปี 1974 มติดังกล่าวระบุว่า องค์การ PLO จะได้รับเชิญเข้า “ร่วมในการประชุมและพันธกิจต่างๆ ของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ” ต่อมา ปี 1988 องค์การสหประชาชาติใช้คำนิยามใหม่ ว่า “ปาเลสไตน์” แทนคำว่าองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์
สถานภาพผู้สังเกตการณ์ องค์การสหประชาชาติมอบสถานภาพผู้สังเกตการณ์ให้องค์การต่างๆ ไม่เพียงแต่รัฐเท่านั้น แต่รวมถึงองค์การระหว่างประเทศ เช่น ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หรือองค์การระดับภูมิภาค เช่น สหภาพยุโรป (EU)
องค์กรสังเกตการณ์ ปัจจุบันปาเลสไตน์มีสถานภาพเป็นองค์กรผู้สังเกตการณ์ใน UN มติฉบับปี 1998 สมัชชาใหญ่ได้กำหนดสิทธิ 8 ประการ สำหรับปาเลสไตน์ โดยใจความสำคัญระบุว่า “ปาเลสไตน์มีสิทธิ์เข้าร่วมการอภิปรายของสมัชชาใหญ่” ซึ่งรวมถึงประเด็นอื่นๆ นอกเหนือจากปัญหาตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ปาเลสไตน์ไม่มีสิทธิ์โหวตสนับสนุนหรือคัดค้านมติใดๆ ทั้งสิ้น
รัฐสังเกตการณ์ รัฐเดียวที่ไม่ใช่สมาชิก UN แต่มีสถานภาพสังเกตการณ์ คือ นครรัฐวาติกัน สิทธิ์ของวาติกันไม่ได้มีอำนาจแตกต่างจากสถานะองค์กรสังเกตการณ์ของปาเลสไตน์มากนัก แต่ปัจจัยที่สำคัญ คือ วาติกันสามารถติดต่อกับรัฐสมาชิกหรือองค์การใดๆ ด้วยหนังสืออย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ สถานภาพรัฐสังเกตการณ์จะทำให้ปาเลสไตน์กลายเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ของหน่วยงานต่างๆ ภายในยูเอ็น เช่น องค์การอนามัยโลก, กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) หรือ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) อย่างไรก็ตาม รัฐสังเกตการณ์ก็ไม่มีสิทธิ์ในการลงมติใดๆ เช่นกัน
สมาชิกภาพโดยสมบูรณ์ เป้าหมายสูงสุดของปาเลสไตน์ คือ การเข้าเป็นสมาชิกของยูเอ็น ซึ่งจะทำให้ได้รับสิทธิ์ต่างๆ เหมือนกับรัฐสมาชิกอื่นๆ เช่น การสนับสนุน, โหวตลงมติในสมัชชาใหญ่ และสิทธิ์การส่งตัวแทนลงชิงตำแหน่งต่างๆ ใน UN ทั้งนี้ การเป็นสมาชิกภาพเต็มใน UN ปาเลสไตน์ต้องได้รับเสียงสนับสนุน 9 จาก 15 รัฐสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคง โดยไม่มีชาติใดใช้อำนาจยับยั้ง (Veto) ซึ่งประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส แห่งปาเลสไตน์ จะยื่นหนังสือถึงบัน คี มูน เลขาธิการ UN หากรับปาเลสไตน์เข้าเป็นสมาชิก เสมือนปาเลสไตน์ก็ได้รับการยอมรับความชอบธรรมบนเวทีโลก