Browse > Home /

| Subcribe via RSS

ปัญหาวงจรอุบาทว์การเมืองไทย

November 8th, 2009 | 1 Comment | Posted in Article

ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ. 2475 ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทยนั้นมีปัญหาอยู่ค่อนข้างมาก ประชาธิปไตยซึ่งมีอุดมการณ์หลักว่าเป็นการปกครองของคนหมู่มาก แต่ในประเทศไทยกลับตรงกันข้าม อำนาจการปกครองส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มหรือคณะของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะประชาชนส่วนใหญ่ในขณะนั้นไร้การศึกษา ไม่มีความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองน้อยมาก อำนาจส่วนใหญ่จึงตกอยู่ในมือของข้าราชการและทหาร

ปัญหาข้างต้นส่งผลให้เกิดปัญหาในทางการเมืองของประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นวงจรที่เรียกว่าวงจรอุบาทว์โดยมักจะเริ่มจากการที่ข้าราชการทหารอ้างความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง การทุจริตโกกินของรัฐบาล รวมไปถึงการอ้างว่าเป็นการปกป้องไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์ เพื่อเข้ามามีอำนาจเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ซึ่งการปกครองหลังจากการรัฐประหารนั้นส่วนใหญ่จะเป็นไปในรูปแบบเผด็จการ แต่ในปัจจุบันหลังการรัฐประหารมักมีการสร้างอุดมการณ์ของชาติร่วมกันให้กับประชาชน เพื่อไม่ให้ประชาชนคิดว่าตนเป็นเผด็จการ ทำให้ไม่มีการต่อต้านจากประชาชน และสามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ การรัฐประหารจะมีการทำลายรัฐธรรมนูญฉบับเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดทางกฎหมาย ทำให้ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่ค่อยมีความเป็นประชาธิปไตย และเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มบุคคลที่มีส่วนร่วมในการรัฐประหาร เพื่อการสืบทอดอำนาจของกลุ่มตน

การเลือกตั้งหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่มาจากคณะรัฐประหารนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเลือกตั้งที่สกปรก มีการทุจริต ซื้อสิทธิ์ขายเสียง นักการเมืองทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงวิถีทางอันสุจริตและผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของประชาชน ทำให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารบ้านเมืองมีการบริหารงานที่ทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง อวยประโยชน์ให้แก่พวกพ้องตน ไม่ได้คำนึงถึงประชาชนส่วนใหญ่ในการบริหารประเทศ อันก่อให้เกิดความขัดแย้งทั้งในสภาทั้งรัฐบาลกับประชาชน เกิดการต่อต้านจากประชาชน ซึ่งสร้างความวุ่นวายและความแตกแยกในประเทศชาติ การยุบสภาเลือกตั้งใหม่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่จะทำให้การเมืองไทยกลับเข้าสู่วงจรเดิม หรือการที่ทหารอ้างความวุ่นวายทางการเมืองในการเข้ามามีอำนาจ โดยใช้ข้ออ้างดังกล่าวสร้างความชอบธรรมในการเข้ามาปกครองประเทศ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเมืองไทยได้เผชิญกับปัญหาวงจรอุบาทว์อีกครั้ง

การจะแก้ปัญหาการเมืองไทยให้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนทุกคน ประชาชนจะต้องมีจิตสำนึกสาธารณะ เห็นความสำคัญของส่วนรวมเป็นหลัก ในการแก้ปัญหาต้องเป็นไปทีละส่วน ปัญหาที่ทำให้เกิดการรัฐประหาร คือ เมื่อมีความขัดแย้งทางการเมือง สังคมไทยมักจะพึ่งสถาบันทหารในการแก้ปัญหาความขัดแย้งมากกว่าที่จะแก้ไขปัญหาตามแนวทางประชาธิปไตยเป็นหลัก ดังนั้นประชาชนจะต้องไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ โดยการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสม่ำเสมอ เมื่อประชาชนต่อต้านการทำรัฐประหารก็จะเกิดขึ้นได้ยาก และการจะอยู่อำนาจของทหารจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในระบอบประชาธิปไตยถ้าหากประชาชนไม่ต้องการ

การส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตยเป็นอีกหนึ่งแนวทางแก้ไขปัญหาการเมืองไทย เนื่องจากปัญหาส่วนใหญ่มาจากการที่ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในประชาธิปไตย ใช้ประชาธิปไตยไปในทางที่ไม่ถูกต้องอันส่งผลให้บ้านเมืองวุ่นวาย กลุ่มคนที่มีอำนาจมักใช้อำนาจในทางที่ผิด เพราะฉะนั้น เราจึงมีความจำเป็นต้องส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย เพราะเมื่อประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในประชาธิปไตยแล้ว ประชาชนก็จะหวงแหนสิทธิของตนไม่ให้ถูกหลอกหรือตกเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมคนไม่ดีเข้าไปมีอำนาจ ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยแก้ปัญหาการเลือกตั้งผู้แทนที่ไม่โปร่งใส การซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะไม่เกิดขึ้น และยังส่งผลให้ประชาชนพิจารณาเลือกคนดี มีความสามารถเข้าไปทำหน้าที่ในการบริหารประเทศมากขึ้น

การเลือกตั้งที่คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก จะทำให้คนดีมีความสามารถได้เข้ามามีอำนาจในการบริหารประเทศมากขึ้น บ้านเมืองก็จะสงบสุขเจริญรุ่งเรืองและพัฒนาได้อย่างดี เมื่อในรัฐสภาซึ่งเป็นผู้แทนที่ประชาชนเลือกเข้าไป เป็นคนที่มาจากประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ก็จะช่วยลดปัญหาการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงของนักการเมือง ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งภายในสภาได้อีกด้วย เพราะทุกคนเข้ามาทำงานโดยสุจริต และต่างคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนทำให้โอกาสที่จะเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ทหารจะใช้เป็นข้ออ้างในการเข้ามามีอำนาจทางการเมืองลดลงอีกด้วย

การเมืองไทยจะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายซะทีเดียว ประชาชนจะต้องเห็นความสำคัญของการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตยอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่แค่เฉพาะการเลือกตั้ง ประชาชนจะต้องแหนสิทธิของจน และรู้จักหน้าที่ตามการปกครองระบอบประชาธิปไตย การที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองนั้น อำนาจจะไม่ตกอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีก การเมืองภาคประชาชนจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันประชาธิปไตยของไทยให้เจริญก้าวหน้า ประชาชนสังคมของแต่ละชุมชน แต่ละกลุ่มผลประโยชน์จะช่วยให้การพัฒนาประเทศเป็นไปเพื่อประโยชน์และตรงตามความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่มากยิ่งขึ้น

ศตวรรต ทรงลักษณ์

Tags: , , , ,