<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>IzpiriT&#039;s BLOG &#187; สหราชอาณาจักร</title>
	<atom:link href="http://www.izpirit.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.izpirit.com</link>
	<description>SATTAWAT [FiRST] SONGLUCK</description>
	<lastBuildDate>Sun, 29 Aug 2010 05:41:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>Splendid Isolation</title>
		<link>http://www.izpirit.com/splendid-isolation.html</link>
		<comments>http://www.izpirit.com/splendid-isolation.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Jan 2010 08:45:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>IzpiriT</dc:creator>
				<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Splendid Isolation]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[โดดเดี่ยวอย่างสง่างาม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.izpirit.com/?p=174</guid>
		<description><![CDATA[การโดดเดี่ยวอย่างสง่างาม เป็นนโยบายต่างประเทศของสหราชอาณาจักรในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยสหราชอาณาจักรจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการในยุโรป ในปัจจุบันยังมีการตั้งข้อสงสัยกันอยู่ว่านโยบายข้างต้นเป็นเจตนาของสหราชอาณาจักรหรือเป็นเพียงเพราะสภาพแวดล้อมทำให้เป็นเช่นนั้น สหราชอาณาจักรเชื่อว่าจักรวรรดิของตนยิ่งใหญ่และสามารถยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้อย่างสง่างามในยุโรป ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 สหราชอาณาจักรมีเป้าหมายหลังในการใช้นโยบายต่างประเทศเพื่อรักษาสมดุลแห่งอำนาจในยุโรป โดยถือว่าการที่สหราชอาณาจักรเข้าไปแทรกแซงจะทำให้เสียสมดุล และเพื่อปกป้องอาณานิคม และการค้าเสรี นโยบายดังกล่างทำให้สหราชอาณาจักรไม่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับประเทศต่างๆในยุโรป และให้ความสำคัญเฉพาะกับอาณานิคมของตนเท่านั้น แต่หลังจากเยอรมันรวมประเทศได้สำเร็จและมีการแสวงหาพันธมิตรในยุโรป เพื่อคานอำนาจกับฝรั่งเศส จนเกิดเป็นกลุ่มมหาอำนาจกลาง ซึ่งประกอบไปด้วย เยอรมัน ออสเตรีย-ฮังการี และ อิตาลี การพัฒนาทั้งด้านอุตสาหกรรมและการทหารของเยอรมัน ทำให้สหราชอาณาจักรเกิดความกังวล แต่เนื่องจากนโยบายหลังของสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อการปกป้องจักรวรรดิและหลีกเลี่ยงการทำสงครามกับประเทศมหาอำนาจ จึงมีความพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเยอรมัน แต่กลับได้รับการเพิกเฉย สหราชอาณาจักรจึงรู้สึกว่าตนกำลังโดดเดี่ยว ประกอบกับในยุคนั้นมีการแข่งขันกันทางทหารของแต่ละประเทศ สหราชอาณาจักรจึงมีความจำเป็นที่จะต้องแสวงหาพันธมิตร นโยบายการโดดเดี่ยวอย่างสง่างามของสหราชอาณาจักรจึงได้สิ้นสุดลง หลังจากได้ทำสนธิสัญญาสัมพันธไมตรีกับญี่ปุ่น และเริ่มติดต่อสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในยุโรปเป็นปกติโดยมีการทำข้อตกลงพันธมิตรกับรัสเซียและฝรั่งเศส เรียกว่าข้อตกลงไตรภาคี นโยบายการโดดเดี่ยวอย่างสง่างามของสหราชอาณาจักรเป็นนโยบายที่สหราชอาณาจักรเองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของประเทศต่างๆ ในยุโรป แสดงให้เห็นถึงการเคารพอำนาจอธิปไตยของรัฐอื่นได้อย่างชัดเจน เพื่อให้มีการดุลอำนาจเองภายในยุโรป ดังนั้นนโยบายดังกล่าวถือเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระดับภูมิภาค ซึ่งช่วยให้ยุโรปเองมีความสมดุลทางอำนาจได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่เมื่อมีการรวมตัวของประเทศพันธมิตรต่างๆ มากขึ้น ทำให้สหราชอาณาจักรก็ไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้อีกต่อไป จึงต้องยกเลิกนโยบายดังกล่าวหันมาสร้างพันธมิตรในยุโรปเพื่อคานอำนาจซึ่งกันและกันของเหล่ามหาอำนาจของโลกในขณะนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มรัฐพันธมิตรตน ศตวรรต ทรงลักษณ์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การโดดเดี่ยวอย่างสง่างาม เป็นนโยบายต่างประเทศของสหราชอาณาจักรในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยสหราชอาณาจักรจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการในยุโรป ในปัจจุบันยังมีการตั้งข้อสงสัยกันอยู่ว่านโยบายข้างต้นเป็นเจตนาของสหราชอาณาจักรหรือเป็นเพียงเพราะสภาพแวดล้อมทำให้เป็นเช่นนั้น สหราชอาณาจักรเชื่อว่าจักรวรรดิของตนยิ่งใหญ่และสามารถยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้อย่างสง่างามในยุโรป ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 สหราชอาณาจักรมีเป้าหมายหลังในการใช้นโยบายต่างประเทศเพื่อรักษาสมดุลแห่งอำนาจในยุโรป โดยถือว่าการที่สหราชอาณาจักรเข้าไปแทรกแซงจะทำให้เสียสมดุล และเพื่อปกป้องอาณานิคม และการค้าเสรี นโยบายดังกล่างทำให้สหราชอาณาจักรไม่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับประเทศต่างๆในยุโรป และให้ความสำคัญเฉพาะกับอาณานิคมของตนเท่านั้น แต่หลังจากเยอรมันรวมประเทศได้สำเร็จและมีการแสวงหาพันธมิตรในยุโรป เพื่อคานอำนาจกับฝรั่งเศส จนเกิดเป็นกลุ่มมหาอำนาจกลาง ซึ่งประกอบไปด้วย เยอรมัน ออสเตรีย-ฮังการี และ อิตาลี การพัฒนาทั้งด้านอุตสาหกรรมและการทหารของเยอรมัน ทำให้สหราชอาณาจักรเกิดความกังวล แต่เนื่องจากนโยบายหลังของสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อการปกป้องจักรวรรดิและหลีกเลี่ยงการทำสงครามกับประเทศมหาอำนาจ จึงมีความพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเยอรมัน แต่กลับได้รับการเพิกเฉย สหราชอาณาจักรจึงรู้สึกว่าตนกำลังโดดเดี่ยว ประกอบกับในยุคนั้นมีการแข่งขันกันทางทหารของแต่ละประเทศ สหราชอาณาจักรจึงมีความจำเป็นที่จะต้องแสวงหาพันธมิตร นโยบายการโดดเดี่ยวอย่างสง่างามของสหราชอาณาจักรจึงได้สิ้นสุดลง หลังจากได้ทำสนธิสัญญาสัมพันธไมตรีกับญี่ปุ่น และเริ่มติดต่อสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในยุโรปเป็นปกติโดยมีการทำข้อตกลงพันธมิตรกับรัสเซียและฝรั่งเศส เรียกว่าข้อตกลงไตรภาคี</p>
<p>นโยบายการโดดเดี่ยวอย่างสง่างามของสหราชอาณาจักรเป็นนโยบายที่สหราชอาณาจักรเองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของประเทศต่างๆ ในยุโรป แสดงให้เห็นถึงการเคารพอำนาจอธิปไตยของรัฐอื่นได้อย่างชัดเจน เพื่อให้มีการดุลอำนาจเองภายในยุโรป ดังนั้นนโยบายดังกล่าวถือเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระดับภูมิภาค ซึ่งช่วยให้ยุโรปเองมีความสมดุลทางอำนาจได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่เมื่อมีการรวมตัวของประเทศพันธมิตรต่างๆ มากขึ้น ทำให้สหราชอาณาจักรก็ไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้อีกต่อไป จึงต้องยกเลิกนโยบายดังกล่าวหันมาสร้างพันธมิตรในยุโรปเพื่อคานอำนาจซึ่งกันและกันของเหล่ามหาอำนาจของโลกในขณะนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มรัฐพันธมิตรตน</p>
<p style="text-align: right;">ศตวรรต ทรงลักษณ์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.izpirit.com/splendid-isolation.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
